เครื่องหมายราชการของจังหวัด

 “รูปช้างในท้องน้ำ”

หมายถึง การฝึกช้างป่าให้รู้จักการบังคับบัญชาในการรบและงานต่างๆ สาเหตุที่ใช้รูปช้างในท้องน้ำเป็นตราประจำจังหวัด เพราะเป็นที่มาของการตั้งเมืองแม่ฮ่องสอน โดยเริ่มจากการที่ เจ้าแก้วเมืองมา ออกจับช้างให้เจ้าเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ.2368-2389) และได้รวบรวมชาวไทยใหญ่ให้มาตั้งบ้านเมืองเป็นหลักแหล่งขึ้น 2 แห่ง มีหัวหน้าเป็นผู้ปกครอง คือ ที่บ้านปางหมู และบ้านแม่ฮ่องสอน สาเหตุที่เรียกว่า แม่ฮ่องสอน ก็เพราะว่าได้มาตั้งคอกฝึกช้าง ณ บริเวณลำห้วยแห่งนี้นั่นเอง

ทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2483 รัฐบาลได้กําหนดให้แต่ละจังหวัด มีตราประจําจังหวัดหรือเครื่องหมายราชการของจังหวัด ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2482 โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบตราประจําจังหวัด ตามแนวคิดที่แต่ละจังหวัดกําหนดไว้ สําหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นรูปช้างเล่นน้ํา ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ได้มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 214) สําหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน คงใช้รูปช้างในท้องน้ําเช่นเดิม

 

คำขวัญประจำจังหวัด

“หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง” 

 

ดอกไม้ประจำจังหวัด

“ดอกบัวตอง”

บัวตอง เป็นไม้ดอกมีอายุยืนยาวหลายปี สามารถสูงได้ถึง 5 เมตร ออกดอกเป็นช่อเดี่ยวบริเวณปลายกิ่ง มีสีเหลืองคล้ายดอกทานตะวัน แต่มีขนาดเล็กกว่า ดอกวงนอกเป็นหมัน กลีบดอกเรียวมีประมาณ 12–14 กลีบ ดอกวงในสีเหลืองส้ม เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ใบบัวตองเป็นใบเดี่ยว รูปไข่หรือแกมขอบขนาน มีขนขึ้นเล็กน้อยประปราย ปลายใบเว้าลึก 3–5 แฉก ต้นไม้ประจำจังหวัด “ต้นกระพี้จั่น” ชื่อวิทยาศาสตร์ Millettia brandisiana Kurz วงศ์ LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE ชื่อสามัญ – ชื่ออื่น จั่น พี้จั่น,ปี้จั่น ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 8-10 เมตร เปลือกสีเทาเข้ม ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่เรียงสลับใบประกอบย่อยเรียงตรงข้าม มี 6-10 คู่ รูปรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง1.1.5 เซนติเมตร ยาว 3-4.5 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบมนหรือรูปลิ่ม เบี้ยว ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่งกลีบเลี้ยงจำนวน 5 กลีบ กลีบดอกรูปดอกถั่ว สีขาวปนม่วง เกสรเพศผู้ 10 อัน แยกเป็น 2 มัด มัดละ 9 อัน และ 1 อัน รังไข่อยู่เหนือวงกลีบผลเป็นฝักแบน โคนแคบ กว้าง 2-2.5 เซนติเมตร ยาว 9-12 เซนติเมตร เปลือกหนาคล้ายแผ่นหนัง ขอบเป็นสัน แห้งแล้วแตก เมล็ด 1-4 เมล็ดสีน้ำตาล มีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศไทยและประเทศ ขึ้นในป่าเบจพรรณและป่าเต็งรัง ทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ออกดอกเดือนธันวาคม-มีนาคม โดยเมล็ดและปักชำราก การใช้ประโยชน์ คือ เนื้อไม้ให้ทำเยื่อกระดาษ ด้ามเครื่องมือ ของเล่นเด็ก ดอกไม้ประดิษฐ์

 

ต้นไม้ประจำจังหวัด

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2537 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานกล้าไม้มงคล ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นำไปปลูกเป็นสิริมงคล สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน พันธุ์ไม้ที่ได้รับพระราชทาน ได้แก่ “ต้นกระพี้จั่น” 

ต้นกระพี้จั่น มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Millettia brandisiana Kurz วงศ์ LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE  ชื่ออื่น เช่น จั่น พี้จั่น ปี้จั่น  เป็นไม้ต้น ผลัดใบ สูง 8-10 เมตร เปลือกสีเทาเข้ม ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่เรียงสลับใบประกอบย่อยเรียงตรงข้าม มี 6-10 คู่ รูปรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง1.1.5 เซนติเมตร ยาว 3-4.5 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือมน โคนใบมนหรือรูปลิ่ม เบี้ยว ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่งกลีบเลี้ยงจำนวน 5 กลีบ กลีบดอกรูปดอกถั่ว สีขาวปนม่วง เกสรเพศผู้ 10 อัน แยกเป็น  2 มัด มัดละ 9 อัน และ 1 อัน รังไข่อยู่เหนือวงกลีบผลเป็นฝักแบน โคนแคบ กว้าง 2-2.5 เซนติเมตร ยาว 9-12 เซนติเมตร เปลือกหนาคล้ายแผ่นหนัง ขอบเป็นสัน แห้งแล้วแตก เมล็ด 1-4 เมล็ดสีน้ำตาล มีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศไทยและประเทศ  ขึ้นในป่าเบจพรรณและป่าเต็งรัง ทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ออกดอกเดือนธันวาคม-มีนาคม โดยเมล็ดและปักชำราก การใช้ประโยชน์ คือ เนื้อไม้ให้ทำเยื่อกระดาษ ด้ามเครื่องมือ ของเล่นเด็ก ดอกไม้ประดิษฐ์

 

ธงประจำจังหวัด

ธงประจำจังหวัด

พื้นธงเป็นสีน้ำตาล–สีฟ้า–สีน้ำตาล แบ่งตามแนวนอนเป็นสามส่วนเท่ากัน กลางแถบสีฟ้าเป็นรูปตราประจังหวัดในวงกลมสีแดง รูปตราประจําจังหวัด ด้านบนเป็นภาพท้องฟ้าสีฟ้า มีเมฆสีเหลือง ต่ำลงมาเป็นท้องน้ำสีฟ้า มีริ้วคลื่นน้ำสีขาว ในน้ำมีช้างพลายสีน้ำตาล 1 เชือก ด้านล่างเป็นแถบสีเหลืองขอบแดง ตรงกลางมีคําว่า“จังหวัดแม่ฮ่องสอน” สีแดง

 

สีประจำจังหวัด

สีฟ้า – สีน้ำตาล