คำขวัญประจำอำเภอ

หนาวสุดหนาว พันเขาเคล้าทะเลหมอก งามล้ำถ้ำปลาน่ามอง ปางตองครองสง่าคู่พระบารมี

 

ความเป็นมา

สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ แม่ฮ่องสอนเป็นเพียงชุมชนบ้านป่า มีชาวไทยใหญ่อาศัยอยู่ตามรอยต่อระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (ประเทศเมียนมา) พื้นที่ส่วนนี้เป็นช่องทางที่กองทัพเมียนมา ผ่านเพื่อมาตีกรุงศรีอยุธยา และหัวเมืองฝ่ายเหนือของไทยเท่านั้น จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ประมาณปี พ.ศ. 2374 เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 5 นามว่าพระเจ้ามโหตรประเทศ ได้ให้เจ้าแก้วเมืองมาเป็นนายกอง พร้อมด้วยกำลังพลตรวจชายแดนด้านตะวันตกและจับช้างไว้ใช้การ เจ้าแก้วเมืองมาได้ยกขบวนมาทางทิศใต้ จนถึงสถานที่แห่งหนึ่งริมแม่น้ำปาย เป็นที่ทำเลดีเหมาะสมแก่การตั้งบ้านเรือน จึงได้เรียกประชุมชาวพื้นเมืองให้ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่ม  และบุกเบิก ไร่ นา ณ บริเวณนั้น และให้เรียกชื่อบ้านนี้ว่า “บ้านโป่งหมู” หรือ บ้านปางหมู ในปัจจุบัน (เพราะลักษณะเป็นพื้นที่ป่าโปร่งมีหมูป่ามาลงกินดินโป่งชุกชุม) แล้วเลือกพะกาหม่องเป็นผู้นำ จากนั้นเจ้าแก้วเมืองมาร่วมกับพะกาหม่อง ยกขบวนตรวจชายแดน และไล่คล้องช้างต่อไปจนถึงลำห้วยแห่งหนึ่งซึ่งมีช้างชุกชุม สามารถคล้องช้างได้หลายเชือก จึงหยุดพัก และตั้งคอกสอนช้างที่ริมห้วยนั้น เมื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบ พบว่ามีชัยภูมิกว้างขวางเหมาะแก่การตั้งเป็นชุมชนหมู่บ้าน จึงได้รวบรวมราษฎรมาตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นปึกแผ่น  และแต่งตั้งให้แสนโกม บุตรเขยของพะก่าหม่องเป็นผู้ใหญ่บ้าน และให้ชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านร่องสอน” ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็น “แม่ฮ่องสอน” สืบมาจนทุกวันนี้ 

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2399 เกิดการสู้รบในประเทศเมียนมา ทำให้ชาวไทยใหญ่จากเมืองจ๋ามก่าและเมืองหมอกใหญ่ อพยพเข้ามาอยู่ที่บ้านปางหมูและแม่ฮ่องสอนเพิ่มขึ้น การอพยพครั้งนั้นมีบุคคลสำคัญ 2 คน คือ เจ้าฟ้าโกหล่านและชานกะเล เมื่อเข้ามาอยู่เมืองไทย ชานกะเลได้ช่วยงานจนเป็นที่รักใคร่ของพะก่าหม่อง จึงได้ยกบุตรสาวคนรองชื่อ นางใส ให้เป็นภรรยา  ชานกะเลได้นำครอบครัวลงใต้ มาอยู่ที่เมืองกุ๋นลมหรือขุนยวมปัจจุบัน และได้ปกครองเมืองกุ๋นลมเป็นคนแรก  ต่อมานางใส ภรรยาถึงแก่กรรม เจ้าฟ้าโกหล่าน จึงยกหลานสาวชื่อ เจ้านางเมี้ยะ ให้เป็นภรรยา ชานกะเลได้ปกครองเมืองกุ๋นลมเกิดความเจริญรุ่งเรือง และได้ทำการค้ากับประเทศเมียนมา สามารถส่งค่าตอไม้ให้เจ้านครเชียงใหม่ได้เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งปี พ.ศ. 2417 เจ้าอินทวิชยานนท์ได้แต่งตั้งให้ชานกะเลเป็นพญาสิงหนาทราชา ปกครองเมืองแม่ฮ่องสอนจนถึงแก่กรรม ในปี พ.ศ. 2427 เจ้านางเมี้ยะได้ปกครองเมืองสืบต่อมา  และมีการเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองหลายคนจนกระทั่งปี พ.ศ. 2443 ในสมัยรัชกาลที่5 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองแม่ฮ่องสอน เมืองขุนยวม เมืองยวมใต้ (แม่สะเรียง) และเมืองปาย ตั้งเป็นเมืองเชียงใหม่ตะวันตก พ.ศ. 2446 เปลี่ยนเป็นบริเวณพายัพเหนือ ขึ้นตรงต่อมณฑลพายัพ และตั้งที่ว่าการเมืองแม่ฮ่องสอน ในปี พ.ศ. 2453 จนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้ตั้งเป็นจังหวัดแม่ฮ่องสอน และได้โปรดเกล้าฯ ให้ พระศรสุรราช เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดคนแรก จนถึงปี พ.ศ. 2476 จึงได้โอนขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทยจนถึงปัจจุบัน (กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศ ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2443 ยกฐานะเมืองแม่ฮ่องสอน) 

 

ที่ตั้ง พื้นที่ และอาณาเขต

อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เป็นระยะทาง 924 กิโลเมตร และที่ว่าการอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ห่างจากที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2.5 กิโลเมตร มีพื้นที่ 2,483.115 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,551,964 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ  อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน และประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ  อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ  อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอแม่แจ่ม  จังหวัดเชียงใหม่
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แนวพรมแดน ระยะทาง 94 กิโลเมตร

 

ลักษณะภูมิประเทศ

จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,483.115 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,551,964 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ภูเขา 1,412,270 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 91 ของพื้นที่อำเภอ พื้นที่ราบ 108,636 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 7 ของพื้นที่อำเภอ และพื้นน้ำ 31,040 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 2

 

ลักษณะภูมิอากาศ

อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น โดยในฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนจัด อากาศหนาวจัดในฤดูหนาว และฝนจะตกชุกในฤดูฝน อีกทั้งมีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี ทั้งนี้ มีสาเหตุเนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาสูง มีพื้นที่อยู่บนที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้มีอุณหภูมิสูงในตอนกลางวันเนื่องจากถูกแสงแดด ส่วนในตอนกลางคืนจะได้รับอิทธิพลจากลมภูเขา ทำให้อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อความร้อนในตอนกลางวันลอยตัวขึ้นปะทะกับความชื้นของอากาศ จึงทำให้เกิดหมอกปกคลุม โดยทั่วไปในตอนกลางคืนสภาพภูมิอากาศจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้ง 3  ฤดูกาล 

  • ฤดูร้อน  เริ่มตั้งแต่ช่วงระหว่างกลางเดือนกุมภาพันธ์ - กลางเดือนพฤษภาคม จะมีอากาศร้อนอบอ้าว 
  • ฤดูฝน  เริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม จะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้อากาศชุ่มชื้นฝนจะตกชุกมาก ซึ่งจะมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในเดือนสิงหาคม 
  • ฤดูหนาว  เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม - กลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและความกดอากาศสูงจากประเทศจีน เป็นผลให้อากาศหนาวเย็นมาก

 

การคมนาคม

การคมนาคมทางบก 

ถนนสายหลักในการเดินทางเข้า-ออก อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้แก่

  1. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 อยู่ทางทิศเหนือของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ไปอำเภอปางมะผ้า และอำเภอปาย
  2. ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 อยู่ทางทิศใต้ของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ไปอำเภอขุนยวม อำเภแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย

การเดินทางระหว่างอำเภอ

  1. เส้นทางอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า-ปาย (สายเหนือ) มีบริษัทเอกชนให้บริการเดินรถจำนวน 1 ราย ได้แก่ บริษัท เปรมประชาขนส่ง จำกัด ให้บริการรถตู้
  2. เส้นทางอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน-ขุนยวม-แม่ลาน้อย-แม่สะเรียง (สายใต้) มีบริษัทเอกชนให้บริการเดินรถจำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัทเปรมประชาขนส่ง จำกัด โดยใช้รถเมล์ธรรมดา รถเมล์ปรับอากาศ รถตู้บริการร่วม และบริษัทสมบัติทัวร์ จำกัด โดยใช้รถทัวร์ปรับอากาศ (ขึ้นที่อำเภอแม่สะเรียง)

สถานีบริการน้ำมัน มี 2 แห่ง และสถานีบริการ LGP มี 1 แห่ง

การคมนาคมทางอากาศ

เส้นทางการบินเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที มีบริษัทเอกชนให้บริการการบิน จำนวน 1 ราย ได้แก่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ (บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด) 

 

สภาพสังคม

สังคมและวัฒนธรรม

ประชากรส่วนใหญ่ประมาณ ร้อยละ 51 ซึ่งอาศัยอยู่ตามพื้นที่ราบ มีเชื้อสายไทยใหญ่ หรือ“ชาวไต” มีนิสัยรักความสงบ สันโดษและมัธยัสถ์ มีความเลื่อมใสในพุทธศาสนาและสืบทอดรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น นอกจากนี้มี ชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ได้แก่ กะเหรี่ยง (ขาว, แดง) ม้ง และมูเซอดำ กะเหรี่ยงคอยาว ลีซอ และจีนยูนาน รวมกันประมาณ ร้อยละ 49 ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง คิดเป็น 1 ใน 4 ของชาวเขาทั้งหมด 

การศึกษา

โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 34 (เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน) จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ฯ

โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 จำนวน 50 แห่ง เป็นโรงเรียนประถมศึกษา 39 แห่ง โรงเรียนขยายโอกาส 9 แห่ง โรงเรียนสาขา 2 แห่ง  และมีโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ 2 แห่ง

โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียน อบจ.บ้านจองคำ โรงเรียนเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และโรงเรียนเทศบาล 2 เฉลิมพระเกียรติ

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 1 แห่ง สังกัดกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336

โรงเรียนในสังกัดกรมการศาสนา จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม นักธรรมชั้นตรี-เอก และแผนกสามัญศึกษาระดับมัธยมศึกษา ตั้งอยู่ที่วัดม่วยต่อ ต.จองคำ 

สถานศึกษาที่เปิดสอนในระดับอนุปริญญา จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีแม่ฮ่องสอน และวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน

สถานศึกษาที่เปิดสอนในระดับอุดมศึกษา จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยแม่ฮ่องสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

อื่น ๆ ได้แก่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยประจำอำเภอ 1 แห่ง ห้องสมุดประจำอำเภอ 1 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 16 แห่ง และที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน 40 แห่ง  

การสาธารณสุข

มีสถานบริการสาธารณสุขที่เป็นโรงพยาบาลของรัฐ 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ เป็นโรงพยาบาลขนาด 150 เตียง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 16 แห่ง สถานบริการสาธารณสุขชุมชน (สสช.) 9 แห่ง หน่วยควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง 2 แห่ง มาลาเรียคลินิก 4 แห่ง ศูนย์มาลาเรียชุมชน 3 แห่ง ร้านขายยาแผนปัจจุบัน 3 แห่ง และสถานบำบัดและรักษาผู้ติดยาเสพติด 1 แห่ง

 

สภาพเศรษฐกิจ

การประกอบอาชีพ

ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ 75 ของประชากรทั้งหมด ส่วนมากจะทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพ จะทำเพื่อการค้าไม่มากนัก และอาชีพบริการ เช่น การท่องเที่ยว การโรงแรม เกสท์เฮ้าส์ และกิจกรรมที่ต่อเนื่อง เป็นต้น

การเกษตรกรรม

การเพาะปลูก มีพื้นที่เพื่อการเพาะปลูกประมาณ 289,134 ไร่ ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา คิดเป็นพื้นที่เพาะปลูกเฉลี่ยประมาณ 11.49 ไร่ต่อครัวเรือนเกษตรกร พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ได้แก่ ข้าวนาปีและข้าวไร่  ถั่วเหลือง กระเทียม งา กะหล่ำปลี พืชเครื่องดื่มได้แก่ชาและกาแฟ ไม้ยืนต้นและพืชที่มีศักยภาพและตลาดมีความต้องการสูง เช่น ไผ่ กล้วยไม้ อโวกลาโด เป็นต้น รวมไปถึงพืชสมุนไพร เช่น ขมิ้นชัน เป็นต้น การปศุสัตว์ มีสัตว์เลี้ยงที่สำคัญ ได้แก่ โค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ แพะ ม้า ช้าง ห่าน และแกะ การประมง มีปลาที่นิยมเพาะเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารและการค้า ได้แก่ ปลาตะเพียน ปลายี่สก  ปลานิล  และปลาดุก

การค้าชายแดน อำเภอเมืองมีจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าและช่องทางติดต่อกับประเทศเมียนมา ที่สำคัญ มี 5 แห่ง ได้แก่

  1. จุดผ่อนปรนบ้านห้วยผึ้ง หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยผา ติดต่อกับบ้านแม่ออ หรือนามนหลวง อำเภอหมอกใหม่ จังหวัดลอยก่อ ประเทศเมียนมา
  2. จุดผ่อนปรนบ้านน้ำเพียงดิน หมู่ที่ 3 ตำบลผาบ่อง   ติดต่อกับบ้านใหม่  ตำบลแม่แจ๊ะ อำเภอบอระแคะ จังหวัดลอยก่อ ประเทศเมียนมา 
  3. ช่องทางบ้านรักไทย  หมู่ที่ 6  ตำบลหมอกจำแป่  ติดต่อกับบ้านแม่ออ  หรือนามนหลวง อำเภอหมอกใหม่ จังหวัดลอยก่อ ประเทศเมียนมา
  4. ช่องทางบ้านในสอย หมู่ที่ 4 ตำบลปางหมู   ติดต่อกับบ้านนาอ่อน ตำบลสะดอ อำเภอลอยก่อ จังหวัดลอยก่อ ประเทศเมียนมา
  5. ช่องทางบ้านกลาง หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยโป่ง  ติดต่อกับบ้านผาจอง  ตำบลแม่แจ๊ะ อำเภอบอระแคะ จังหวัดลอยก่อ ประเทศเมียนมา

 

การบริหารราชการ

การแบ่งเขตการปกครอง แบ่งออกเป็น 7 ตำบล 68 หมู่บ้าน ดังนี้

ตำบล จองคำ ห้วยโป่ง ผาบ่อง ปางหมู หมอกจำแป่ ห้วยผา ห้วยปูลิง
หมู่ที่
1 อยู่ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ห้วยโป่ง ผาบ่อง ปางหมู หมอกจำแป่ ห้วยผา ห้วยปูลิง
2 แก่นฟ้า ป่าปุ๊ กุงไม้สัก แม่สะงา แม่สุยะ ห้วยกุ้ง
3 ป่าลาน ห้วยเดื่อ ทุ่งกองมู ห้วยขาน ห้วยผึ้ง หนองขาว
4 ห้วยหมากลาง แม่สะกึด ในสอย นาป่าแปก นาปลาจาด หัวน้ำแม่ฮ่องสอน
5 ไม้ฮุง ท่าโป่งแดง ใหม่ ห้วยมะเขือส้ม ทุ่งมะส้าน ห้วยตอง
6 ไม้ซางหนาม ห้วยโป่งกาน สบป่อง รักไทย แม่สุยะใหม่ ห้วยปมฝาด
7 กลาง ห้วยแก้ว สบสอย ห้วยโป่งอ่อน ห้วยส้านใหม่ ห้วยตองก๊อ
8 ห้วยช่างคำ ห้วยเสือเฒ่า ไม้แงะ ทบศอก ห้วยส้านใน ห้วยฮี้
9 พะนอคี น้ำส่อม ไม้สะเป่ ยอด   ห้วยไม้ดำ
10 หนองเขียว หัวน้ำแม่สะกึด พะโข่โหล่     ห้วยปูเลย
11 ไมโครเวฟ ม่อนตะแลง ขุนกลาง     ห้วยไทร
12 แม่จ๋า ผาบ่องเหนือ ชานเมือง      
13 ทุ่งมะกอก   ดอยแสง      
14 ใหม่ห้วยหวาย          
15 ทุ่งมะขามป้อม          

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

  • เทศบาลเมือง 1 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน
  • องค์การบริหารส่วนตำบล 6 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง องค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่อง องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู  องค์การบริหารส่วนตำบลหมอกจำแป่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยผา และองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยปูลิง  

หน่วยงานราชการ/หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานสำคัญในพื้นที่

  1. หน่วงานราชการบริหารส่วนภูมิภาคระดับอำเภอ เช่น ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานประมงอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานสัสดีอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ศูนย์กีฬาและการท่องเที่ยวและนันทนาการอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นต้น
  2. หน่วยงานในสังกัดหน่วยราชการบริหารส่วนกลาง เช่น สถานีตำรวจภูธรเมืองแม่ฮ่องสอน สถานีตำรวจภูธรห้วยโป่ง สถานีตำรวจภูธรหมอกจำแป่ สถานีตำรวจภูธรน้ำเพียงดิน โรงเรียนห้องสอนศึกษา ในพระอุปถัมภ์ เขตพัฒนาสังคมและสวัสดิการบนพื้นที่สูงห้วยปูลิง หมวดทางหลวงแม่ฮ่องสอน เป็นต้น
  3. สถาบันการเงิน เช่น ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาแม่ฮ่องสอน  ธ.ก.ส. สาขาแม่ฮ่องสอน ธนาคารออมสิน สาขาแม่ฮ่องสอน  ธนาคาร SME สาขาแม่ฮ่องสอน  ธอส. สาขาแม่ฮ่องสอน  ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาแม่ฮ่องสอน  ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาแม่ฮ่องสอน  ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาแม่ฮ่องสอน  ธนาคาร กสิกร จำกัด (มหาชน) สาขาแม่ฮ่องสอน เป็นต้น 

 

หมายเหตุ ภาพแผนที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ กองแผนและงบประมาณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน